PHP Warning: preg_replace(): The /e modifier is no longer supported, use preg_replace_callback instead in ..../includes/class_bootstrap.php(433) : eval()'d code on line 110
เรื่องดีๆเอามาฝากค่ะ
Results 1 to 5 of 5
  1. #1
    Join Date
    Jun 2007
    Location
    KRT/THAI
    Posts
    302
    Thanks
    0
    Thanked 0 Times in 0 Posts

    thumbs up เรื่องดีๆเอามาฝากค่ะ

    (โปรดอ่านให้จบแล้วจะเจอบทสรุปของเรื่อง)
    ชื่อเรื่อง น้องชายของฉัน....
    ------
    ฉันเกิดในหมู่บ้านบนภูเขาที่ห่างไกลผู้คน แต่ละวันพ่อแม่ของฉันต้องพรวนดินในไร่ท่ามกลางแดดที่ ร้อนระอุ ฉันมีน้องชายอยู่หนึ่งคนอายุน้อยกว่าฉัน 3 ปี
    วันหนึ่งฉันขโมยเงินของพ่อเพื่อไปซื้อผ้าเช็ดหน้าที่ เพื่อนๆของฉันมีกัน จากนั้นพ่อรู้เรื่องพ่อให้ฉันกับน้องคุกเข่าหันหน้าเ ข้ากำแพง โดยที่มือของพ่อมีก้านไม้ไผ่อยู่หนึ่งก้าน "ใครขโมยเงินไป" พ่อตวาด ฉันกลัวมากไม่กล้าพูดอะไรออกไปน้องชายฉันก็เช่นกัน พ่อจึงเอ่ยขึ้นว่า"ก็ได้ในเมื่อไม่มีใครกล้าสารภาพก็ ต้องโดนตีทั้งคู่นั่นล่ะ"พ่อชูก้านไม้ไผ่ในมือขึ้นทั นใดนั้นน้องชายของฉันก็ลุกขึ้นคว้าข้อมือของพ่อไว้แล ้วพูดว่า"ผมขโมยเองครับ"ก้านไม้ไผ่นั้นได้กระหน่ำลงบ นหลังน้องของฉันอย่างต่อเนื่อง พ่อโกรธมากพ่อตีน้องของฉันไม่หยุดจนพ่อหอบด้วยความเห นื่อย พ่อนั่งลงบนเก้าอี้และด่าว่าน้องชายของฉัน
    "ของคนในบ้านแกเอง แกยังขโมยได้ต่อไปแกจะทำชั่วอะไรอีกแกน่าจะโดนตีให้ต ายไอ้หัวขโมย"
    ..คืนนั้นฉันกับแม่กอดน้องชายของฉันไว้ หลังของน้องมีแผลเต็มไปหมดแต่เขาไม่ได้ร้องไห้แม้แต่ น้อย กลางดึกคืนนั้นฉันนอนร้องไห้เสียงดังและนานมากน้องเอ ามือเล็กๆมาปิดปากฉันไว้แล้วพูดว่า
    "พี่ครับไม่ต้องร้องไห้นะมันผ่านไปแล้ว"ยังไงฉันก็อด ที่จะเกลียดตัวเองที่ไม่มีความกล้าจะบอกความจริงกับพ ่อ
    ....
    หลายปีผ่านไป แต่เหมือนกับว่าเหตุการณ์มันเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้เอง ฉันไม่อาจลืมคำพูดน้องชายตอนที่เขาปกป้องฉันได้เลย ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 8 ปีส่วนฉันอายุ 11 ปี...
    เมื่อตอนที่น้องชายของฉันไกล้จบ ม.ต้น เขาได้รับการตอบรับจากโรงเรียน ม.ปลายว่าเขาสอบได้ ในขณะที่ฉันซึ่งใกล้จบ ม.ปลายก็ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยของจังหวัดเช่ นกัน...คืนนั้นพ่อได้นั่งสูบบุหรี่ที่สวนหลังบ้าน ฉันแอบได้ยินพ่อพูดว่า "ลูกเราทั้งคู่เรียนดีมากนะ"แม่ซึ่งนั่งเช็ดน้ำตาข้า งๆพ่อได้พูดว่า"แล้วเราจะส่งเสียลูกทั้งคู่ได้อย่างไ รในเมื่อเราก็ไม่ค่อยมีเงิน" ทันใดนั้นน้องชายได้เดินเข้าไปหาพ่อแล้วพูดว่า "ผมไม่ต้องการเรียนต่อผมอ่านหนังสือมามากพอแล้ว" พ่อเหวี่ยงมือตบลงที่แก้มของน้องของฉันฉาดใหญ่ "ทำไมคิดโง่ๆอย่างนี้ต่อให้พ่อต้องไปเป็นขอทานข้างถน นพ่อก็จะส่งแกทั้งคู่เรียนจนจบให้ได้" คืนนั้นทั้งคืนพ่อได้เดินไปตามบ้านต่างๆทั่วหมู่บ้าน ..(เพื่อขอยืมเงิน) ฉันค่อยๆเอามือประคบแก้มบวมๆของน้องชายเบาๆแล้วคิดว่ า "ต้องให้น้องได้เรียนต่อไม่เช่นนั้นเขาไม่อาจหลุดพ้น ชีวิตลำบากเช่นนี้ไปได้" แต่ในขณะเดียวกันฉันก็ไม่อาจล้มเลิกความคิดอยากจะเรี ยนต่อไปได้
    ใครจะรู้ได้...
    วันต่อมาในตอนเช้ามืดน้องชายของฉันได้ออกจากบ้านไปพร ้อมทั้งเสื้อผ้าที่ติดตัวไปไม่กี่ชิ้นและถั่วเพียงเล ็กน้อยเพื่อประทังความหิวก่อนไปเขาได้ทิ้งข้อความไว้ ใต้หมอนของฉันขณะฉันกำลังหลับ
    " พี่ครับการจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ไม่ใช่ง่ายๆนะผมจะไปห างานทำ..แล้วจะส่งเงินมาให้พี่" ฉันนั่งอยู่บนเตียงอ่านข้อความน้องชายด้วยน้ำตานองหน ้า...ฉันร้องไห้จนเสียงแหบแห้งไป ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 17 ปี ส่วนฉันอายุ 20ปี.....
    ..ด้วยเงินที่พ่อยืมมาจากคนในหมู่บ้านรวมกับเงินของน ้องชายฉันที่ได้รับเป็นค่าจ้างมาจากการทำงานเป็นกรรม กรแบกหามที่ไซท์ก่อสร้างท่าเรือ..ฉันจึงสามารถเข้าเร ียนมหาวิทยาลัยได้จนถึงปี 3..วันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในหอพักเพื ่อนร่วมห้องของฉันได้เข้ามาบอกว่า " มีชาวบ้านมาหาเธอ.. อยู่ข้างนออกแน่ะ" ทำไมชาวบ้านจึงมาหาฉันล่ะ??? ฉันเดินออกไปแล้วเห็นน้องชายของฉันยืนอยู่ตัวของเขาเ ปรอะเปลื้อนไปด้วยผุ่นปูนและทรายจากงานก่อสร้าง ..ฉันถามไปว่า " ทำไมไม่บอกเพื่อนของพี่ว่าเป็นน้องชายพี่ล่ะ" น้องชายของฉันตอบยิ้มๆว่า "ก็ดูผมสิสกปรกมอมแมมออกอย่างนี้..ขืนบอกว่าเป็นน้อง พี่เพื่อนๆของพี่ก็ได้หัวเราะเยาะพี่กันพอดี" ฉันค่อยๆเอื้อมมืออันสั่นเทาไปปัดฝุ่นให้น้องและพยาย ามพูดเสียงเครือๆในลำคอ"พี่ไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไงเ ธอเป็นน้องของพี่ ไม่ว่าเธอจะดูเป็นอย่างไรก็ตาม" จากนั้นน้องของฉันได้ล้วงอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ ากางเกงเป็นกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อเขาติดกิ๊บให้ฉันแล้ วพูดว่า "ผมเห็นสาวๆในเมืองเค้าติดกัน ผมเลยอยากให้พี่ติดบ้าง" ฉันหมดเรี่ยวแรงโดยทันใดดึงน้องชายเข้ามาสวมกอดและร้ องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานาน ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 20ปีส่วนฉันอายุ 23ปี...
    -----
    ..วันที่ฉันพาแฟนหนุ่มของฉันมาที่บ้านเป็นครั้งแรกฉั นสังเกตเห็นว่าหน้าต่างบ้านที่เคยแตกไปได้ถูกซ่อมเรี ยบร้อยแล้วเมื่อเข้าไปในบ้านก็เห็นบ้านสะอาดขึ้นมาก หลังจากที่แฟนของฉันกลับไปฉันพูดกับแม่ว่า "แม่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อทำความสะอาดบ้านกับซ่อมกระจ ก เพียงเพราะหนูจะพาแฟนมาที่บ้านหรอกนะคะ" แม่ยิ้มแล้วพูดว่า "แม่ไม่ได้จ้างหรอกน้องชายลูกต่างหากวันนี้เขาขอเลิก งานเร็วเพื่อกลับมาทำความสะอาดบ้าน ลูกยังไม่เห็นน้องอีกหรือ น้องโดนกระจกบาดตอนกำลังเปลี่ยนกระจกบานใหม่น่ะ" ฉันรีบเข้าไปหาน้องที่ห้องนอนของเขาฉันรู้สึกว่าเหมื อนถูกเข็มนับร้อยทิ่มลงกลางใจเมื่อได้เห็นบาดแผลบนมื อฉันจับมือน้องเอาไว้อย่างเบามือที่สุด "เจ็บมากไหม" ฉันถาม "ไม่เจ็บสักกหน่อย พี่ก็รู้นี่ว่าผมทำงานก่อสร้างวันๆหนึ่งมีหินตกมาใส่ เท้าผมเต็มไปหมด แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดเลิกทำงานหรอกนะและ.." น้องชายของฉันยังพูดไม่จบประโยค แต่ก็ต้องหยุดพูดเมื่อฉันหันหน้าหนีเขา น้ำตาไหลอาบหน้าอีกครั้ง "เพราะพี่เป็นพี่สาวผมนี่ครับ" ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 23ปี ส่วนฉันอายุ 26ปี..
    -----
    ...หลังจากฉันก็ได้แต่งงานและย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง หลายครั้งที่สามีของฉันชักชวนให้พ่อแม่ของของฉันย้าย เข้ามาอยู่ในเมืองด้วยกันแต่ท่านทั้งสองปฏิเสธ ท่านบอกว่าเคยย้ายออกจากหมู่บ้านครั้งหนึ่งแต่เมื่ออ อกไปแล้วไม่รู้จะทำอะไรดีจึงได้ย้ายกลับมาใช้ชีวิตที ่หมู่บ้านตามเดิม น้องชายของฉันก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้เขาและพ่อแ ม่ย้ายออกไป....เขาบอกกับฉันว่า"พี่คอยดูแลพ่อและแม่ ของสามีทางนั้นเถอะผมจะดูแลพ่อและแม่ทางนี้เอง"...สา มีฉันได้ขึ้นเป็นประธานในบริษัทของครอบครัวเราทั้งคู ่อยากให้น้องชายของฉันเข้ามารับตำแหน่งผู้จัการบริษั ทแต่น้องชายของฉันก็ไม่รับตำแหน่งนี้เขาขอเข้าทำงานใ นตำแหน่งพนักงานธรรมดา..วันหนึ่งน้องชายของฉันต้องปี นบันไดไปซ่อมสายเคเบิลและตกลงมาเพราะโดนไฟดูดเขาถูกร ีบหามส่งโรงพยาบาลน้องชายของฉันขาหักต้องเข้าเฝือกที ่ขา ฉันโกรธมากจึงตวาดน้องไปว่า "ทำไมจึงไม่ยอมรับตำแหน่งผู้จัดการหา!!!ถ้าเป็นผู้จั ดการก็ไม่ต้องมาทำงานเสี่ยงๆอย่างนี้ดูตัวเองสิ เจ็บเจียนตายอยู่แล้วทำไมถึงไม่ยอมฟังพี่บ้าง" คำตอบของน้องชายของฉันรวมถึงสีหน้าเคร่งเครียดยังยืน ยันความคิดเดิมของเขา "พี่ลองคิดถึงพี่เขยสิครับพี่เขยเพิ่งได้เป็นประธานส ่วนผมการศึกษาต่ำถ้าผมได้เป็นผู้จัดการคงจะมีเสียงนิ นทาว่าร้ายเต็มไปหมด" น้ำตาปริ่มดวงตาของฉันรวมทั้งสามีฉันด้วย.ฉันบอกกับน ้องว่า ''แต่ที่เธอไม่ได้เรียนต่อก็เพราะพี่.." "ทำไมต้องพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วด้วยล่ะครับ" น้องชายของฉันจับมือฉันไว้ ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 26ปีส่วนฉันอายุ 29ปี...
    -----
    เมื่อน้องชายของฉันอายุได้ 30ปีเขาได้แต่งงานกับผู้หญิงในที่เดียวกันในงานแต่งง านประธานในงานได้ถามน้องชายของฉันว่า "ใครคือคนที่คุณรักที่สุดในชีวิตนี้" น้องชายของฉันตอบอย่างไม่ลังเล "พี่สาวของผมครับ" ..และเขาก็เล่าเรื่องราวที่แม้แต่ฉันยังจำไม่ได้.."ต อนผมอยู่โรงเรียนประถมโรงเรียนอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งเ ราสองคนพี่น้องต้องใช้เวลาตั้ง 2 ชม.เพื่อเดินไปเรียนและเดินกลับบ้าน..วันหนึ่งในวันท ี่หิมะตกหนักผมทำถุงมือหายไปข้างหนึ่งพี่สาวผมจึงได้ ให้ถุงมือของเธอข้างหนึ่งและเธอก็ใส่ถุงมือเพียงข้าง เดียวเดินเป็นระยะทางไกล เมื่อเรากลับถึงบ้านมือเธอบวมแดงเพราะอากาศหนาวเธอไม ่สามารถจับช้อนทานข้าวได้ด้วยซ้ำ...นับจากวันนั้นผมส าบานกับตัวเองว่าตลอดชีวิตของผม ผมจะดูแลพี่สาวฃองผมให้ดี และจะทำดีกับเธอ" เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วสายตาทุกคู่ของแขกเหรื่อ หันมาจับจ้องที่ฉัน คำพูดจากปากฉันออกมาอย่างยากลำบาก....'' ในโลกใบนี้คนเดียวที่ฉันอยากขอบคุณที่สุดคือน้องชายข องฉันค่ะ"

    ในภาวะที่มีความสุขเช่นนี้น้ำตาได้รินไหลออกมาจากสอง ตาของฉันอีกครั้ง...จงรักและห่วงใยคนที่คุณรักในทุกๆ วันในชีวิตของคุณและเขาคุณอาจจะคิดว่าสิ่งที่คุณทำให ้ใครสักคนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆแต่สำหรับคนคนนั้นอ าจจะมีความหมายมากอย่างคาดไม่ถึงไม่ว่าเขาคนนั้นจะคื อ พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ คนรัก เพื่อน หรือแม้แต่คนที่คุณไม่รู้จักก็ตาม..!!

    ......................... จบบริบูรณ์....................

    ปล. ปัจจุบันผู้เป็นพี่สาวอายุ 86 ปี ดำรงตำแหน่งเนผู้บริหารใหญ่บริษัท ฮุนได และในเครือกว่า 20 บริษัท
    ..ส่วนน้องชายอายุ 83 ปี เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเล็กๆที่มีชื่อเป็นภาษาเกาหลีว่ า..ซัมซุง...


    ....และเรื่องราวทั้ง2คนกำลังถูกนำมาสร้างเป็นซีรี่ส ์โดยดาราเล็กๆคือ ซอง เฮ เคียว และ ลี ดอง ฮุค...

    บู มิง ฮอง
    เล่าเรื่อง
    Last edited by KKK; 18-01-08 at 09:56 PM.
    [♡9.9.9♡]

  2. #2
    Join Date
    May 2007
    Location
    Bangkok Thailand
    Posts
    91
    Thanks
    1
    Thanked 1 Time in 1 Post

    Re: เรื่องดีๆเอามาฝากค่ะ

    What a wonderful story !

  3. #3
    Join Date
    Dec 2007
    Location
    thailand
    Posts
    214
    Thanks
    0
    Thanked 0 Times in 0 Posts

    Re: เรื่องดีๆเอามาฝากค่ะ

    that good+sad

  4. #4
    Join Date
    May 2007
    Location
    Thailand
    Posts
    844
    Thanks
    8
    Thanked 9 Times in 5 Posts

    Re: เรื่องดีๆเอามาฝากค่ะ

    อ่านแล้วไมเกรนขึ้น lol คิดถึงพี่ชาย (เค้าว่ายน้ำไม่เป็นก็เลยอยู่ได้ไม่นาน)
    Don't just love him, but show him

  5. #5
    Join Date
    Feb 2008
    Location
    BKK
    Posts
    22
    Thanks
    0
    Thanked 0 Times in 0 Posts

    Re: เรื่องดีๆเอามาฝากค่ะ

    อ่านจบแล้วเศร้าปนซาบซึ้ง อยากจะกราบงามๆตรงหัวใจของ น้องชาย ที่แสนดีของ พี่สาว จัง

Thread Information

Users Browsing this Thread

There are currently 1 users browsing this thread. (0 members and 1 guests)

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •